คำแนะนำ

ท่ายืดกล้ามเนื้อท่อนบน: ไหล่ แขน คอ และลำตัวด้านข้าง

7 ท่ายืดกล้ามเนื้อท่อนบนสำหรับไหล่ หลังแขน หน้าแขน ปีก คอ และปลายแขน พร้อมวิธีจัดท่า คำแนะนำ เวลาที่ควรค้างไว้ รวมถึงท่ายาก-ง่ายให้เลือกปรับ

ท่ายืดกล้ามเนื้อท่อนบนที่ดี ได้แก่ ท่ายืดไหล่ข้ามลำตัว ท่ายืดหลังแขนเหนือศีรษะ ท่าแขนหน้าวัว (Cow Face Arms) ท่ายืดหน้าแขนกับผนัง ท่าเอียงตัวด้านข้างขณะนั่ง ท่ายืดคอด้านข้าง และท่าพนมมือด้านหลัง ค้างไว้ข้างละ 30-60 วินาที หายใจช้าๆ และยืดเกือบทุกวันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่อง

ร่างกายท่อนบนของคุณมีส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่หลายจุด เฉพาะแค่ข้อต่อหัวไหล่จุดเดียว ก็มีระยะการเคลื่อนไหว (range of motion) กว้างกว่าข้อต่อส่วนอื่นๆ ในร่างกายแล้ว และยังต้องทำงานประสานร่วมกับแขน ลำคอ สะบัก รวมไปถึงกล้ามเนื้อแนวยาวด้านข้างลำตัว เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งเริ่มตึง ส่วนอื่นๆ ก็ต้องรับภาระหนักขึ้นตามไปด้วย หากด้านหลังหัวไหล่ตึง คุณอาจรู้สึกว่าการยกแขนขึ้นเหนือศีรษะติดขัด หากกล้ามเนื้อหลังแขน (triceps) และปีก (lats) ตึง ก็อาจดึงให้ซี่โครงแอ่นไปข้างหน้าเวลายกแขน ส่วนลำคอที่แข็งตึงก็ยิ่งทำให้การยืดหัวไหล่รู้สึกแย่ลงไปอีก

คู่มือฉบับนี้รวบรวม 7 ท่ายืดร่างกายท่อนบนที่เน้นหัวไหล่ แขน ลำตัวด้านข้าง คอ และปลายแขน โดยจะไม่พูดซ้ำในส่วนของหน้าอกและหลังส่วนบน เพราะทั้งสองส่วนนี้มีคู่มือแบบเจาะลึกแยกไว้ต่างหากแล้ว คุณสามารถเข้าไปดู ท่ายืดกล้ามเนื้อหน้าอก สำหรับกล้ามเนื้อ pecs และ ท่ายืดหลังส่วนบน สำหรับกระดูกสันหลังส่วนอก (thoracic spine) แล้วใช้หน้านี้ช่วยเติมเต็มการยืดกล้ามเนื้อรอบๆ ส่วนเหล่านั้นให้ครบถ้วน

One Arm Hug
The cross-body shoulder stretch targets the back of the shoulder

ร่างกายท่อนบนนับรวมส่วนไหนบ้าง

เพื่อให้การยืดกล้ามเนื้อเห็นผลชัดเจน การแบ่งร่างกายท่อนบนออกเป็นโซนต่างๆ จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะแต่ละโซนมีสาเหตุของความตึงที่ต่างกัน และต้องใช้ท่าทางในการยืดที่ต่างกันออกไป

วิธียืดร่างกายท่อนบนอย่างปลอดภัย

มีกฎพื้นฐานไม่กี่ข้อที่ควรนำไปปรับใช้กับทุกท่ายืดด้านล่างนี้

อบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ หมุนแขนช้าๆ ไปข้างหน้าและถอยหลังอย่างละ 10 รอบ พร้อมกับหมุนหัวไหล่อีกสองสามครั้ง เพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้เนื้อเยื่อและช่วยให้การยืดท่าแรกไม่รู้สึกตึงทรมานจนเกินไป

ยืดให้รู้สึกแค่ตึงพอประมาณ ไม่ใช่เจ็บ ในระดับคะแนน 1 ถึง 10 ให้เล็งไว้ที่ระดับประมาณ 5 หรือ 6 คุณควรจะยังหายใจเข้าออกทางจมูกช้าๆ ได้ตามปกติ หากรู้สึกเจ็บแปลบ เสียด หรือชาเหมือนไฟช็อต ให้ผ่อนระยะการยืดลงทันที

กดหัวไหล่ลง ไม่ยกขึ้น เกือบทุกท่ายืดของร่างกายท่อนบน หัวไหล่มักจะชอบยกขึ้นไปหาใบหู ซึ่งจะทำให้แรงยืดเลื่อนไปลงที่คอแทน ก่อนจะค้างในแต่ละท่า ให้เตือนตัวเองเสมอว่า “ยืดคอให้ยาว ทิ้งหัวไหล่ลงให้สบาย”

ค้างไว้ท่าละ 30 ถึง 60 วินาที งานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการยืดกล้ามเนื้อในระยะยาวพบว่า การยืดแบบค้างอยู่กับที่ (static stretching) ช่วยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวได้จริง โดยที่เวลาสะสมรวมต่อสัปดาห์และความถี่ต่อสัปดาห์มีความสำคัญมากกว่าเวลาที่ใช้ในการยืดเพียงครั้งเดียว ซึ่งการยืดอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าชัดเจน1 การยืดช่วงสั้นๆ เป็นประจำทุกวันจึงได้ผลดีกว่าการยืดครั้งเดียวยาวๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ท่ายืดร่างกายท่อนบนที่ดีที่สุด

1. Cross-Body Shoulder Stretch

เน้นยืดส่วนไหน: ด้านหลังหัวไหล่, กล้ามเนื้อ posterior deltoid, หลังส่วนบน

จากการทดลองแบบสุ่มขนาดเล็กในกลุ่มคนที่มีข้อจำกัดด้านการหมุนหัวไหล่เข้าด้านใน (internal rotation) พบว่าการทำท่า cross-body stretch ทุกวัน (ทำ 5 ครั้ง ครั้งละ 30 วินาที) ช่วยเพิ่มองศาการหมุนเข้าของหัวไหล่ได้ตลอดช่วง 4 สัปดาห์เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม2

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: ผ่อนคลายแขนข้างที่กำลังยืด ให้สะบักแนบสนิทไปกับแผ่นหลัง อย่าปล่อยให้สะบักเลื่อนโก่งตามรอบซี่โครงมาข้างหน้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: บิดลำตัวตามแขนไป การทำแบบนี้จะกลายเป็นการหมุนทั้งตัวแทนที่จะเป็นการยืดหัวไหล่ ให้ล็อกหน้าอกหันตรงไปข้างหน้าเสมอ

ปรับให้ง่ายขึ้น: ลดระดับแขนลงมาแถวๆ ระดับหน้าท้องเพื่อให้แรงยืดเบาลง

ปรับให้ท้าทายขึ้น: นอนตะแคงทับแขนข้างที่ต้องการยืดแล้วทำท่าเดิม น้ำหนักตัวจะช่วยล็อกสะบักให้อยู่กับที่ได้มั่นคงขึ้น

2. Overhead Triceps Stretch

เน้นยืดส่วนไหน: กล้ามเนื้อ triceps, กล้ามเนื้อปีก (lats), ลำตัวด้านข้าง

ส่วน long head ของกล้ามเนื้อ triceps เกาะติดอยู่กับกระดูกสะบัก การยืดท่านี้จึงช่วยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวเวลายกแขนเหนือศีรษะได้ด้วย

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: เกร็งหน้าท้องเบาๆ เพื่อไม่ให้ซี่โครงแอ่นออกมาข้างหน้า ลำคอและศีรษะตั้งตรง ไม่ออกแรงดันศีรษะไปข้างหน้าเพื่อหลบแขน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: แอ่นหลังส่วนล่างเพื่อให้ดันศอกไปได้ไกลขึ้น ซึ่งจะทำให้แรงยืดหลุดจากแขนแล้วไปลงที่กระดูกสันหลังแทน

ปรับให้ง่ายขึ้น: ใช้มือข้างบนจับปลายผ้าขนหนูหรือเชือกยืดไว้ แล้วใช้มือข้างล่างค่อยๆ ดึงลงช้าๆ

ปรับให้ท้าทายขึ้น: ค่อยๆ เอียงลำตัวไปฝั่งตรงข้ามกับแขนที่ยกขึ้น เพื่อดึงให้กล้ามเนื้อปีกเข้ามาช่วยยืดมากขึ้น

3. Cow Face Arms

เน้นยืดส่วนไหน: กล้ามเนื้อ triceps, ด้านหน้าและด้านหลังของหัวไหล่

ท่า Cow face arms จะยืดหัวไหล่ทั้งสองข้างพร้อมกันในทิศทางตรงกันข้าม โดยแขนข้างบนจะเอื้อมขึ้นและไปข้างหลัง ส่วนแขนข้างล่างจะเอื้อมไปข้างหลังแล้วไต่ขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง คนส่วนใหญ่มักจะพบว่ามีข้างใดข้างหนึ่งที่ทำได้ยากกว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด

Cow Face
Cow face arms stretch the shoulders and triceps in two directions

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: ตั้งศอกข้างบนให้ชี้ขึ้นด้านบน อย่าให้ทิ่มมาข้างหน้า เปิดไหล่ข้างล่างไปด้านหลังเพื่อยืดเปิดด้านหน้าของหัวไหล่นั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: พยายามฝืนดึงมือมาจับกันให้ได้จนหลังแอ่นและก้มคอไปข้างหน้า หากมือยังเอื้อมไม่ถึงกันถือเป็นเรื่องปกติ ให้ใช้เชือกยืดเข้ามาช่วย

ปรับให้ง่ายขึ้น: ใช้มือทั้งสองข้างจับเชือกยืดหรือผ้าขนหนู แล้วค่อยๆ ไต่ระยะมือเข้าหากันตามจังหวะลมหายใจ

ปรับให้ท้าทายขึ้น: เกี่ยวนิ้วมือเข้าด้วยกันแล้วค่อยๆ พับตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย โดยที่ยังเปิดอกไว้เสมอ

4. Wall Biceps and Front Shoulder Stretch

เน้นยืดส่วนไหน: กล้ามเนื้อ biceps, ด้านหน้าหัวไหล่, ปลายแขน

Wall Arms
Turning away from the wall stretches the biceps and front of the shoulder

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: หมุนตัวเปิดออกไปพร้อมกันทั้งร่างกายตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมา กดหัวไหล่ลงและดึงไปด้านหลัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ปล่อยให้หัวไหล่ด้านหน้าห่อมาข้างหน้าขณะที่เริ่มหมุนตัว หากคุณรู้สึกถึงแรงกดหรือเจ็บลึกๆ ข้างในข้อต่อหน้าหัวไหล่ ให้ลดระดับมือลงมาต่ำกว่าระดับไหล่เล็กน้อย

ปรับให้ง่ายขึ้น: ก้าวขยับออกมาห่างจากกำแพงอีกนิด แล้วหมุนเปิดลำตัวให้น้อยลง

ปรับให้ท้าทายขึ้น: วางมือให้สูงกว่าระดับหัวไหล่เล็กน้อย หรือหมุนนิ้วมือให้ชี้ลงไปทางพื้นเพื่อเพิ่มแรงยืดไปถึงปลายแขน

5. Seated Side Bend

เน้นยืดส่วนไหน: กล้ามเนื้อปีก (lats), obliques, โครงกระดูกซี่โครงด้านข้าง

กล้ามเนื้อปีกทอดตัวยาวตั้งแต่หลังส่วนล่างไปจนถึงต้นแขน หากส่วนนี้ตึง คุณจะไม่สามารถยกแขนขึ้นเหนือศีรษะได้สุดโดยที่ไม่แอ่นหลัง

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: กดกระดูกรองนั่งข้างขวาลงกับพื้นให้มั่นคงเพื่อยืดลำตัวฝั่งขวาให้ยาว หายใจเข้าลึกๆ ให้ลมขยายซี่โครงฝั่งขวา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ก้มตัวมาข้างหน้าหรือคว่ำหน้าอกลง ให้ควบคุมร่างกายให้อยู่ในระนาบแบนระนาบเดียวเสมอ

ปรับให้ง่ายขึ้น: แตะมือข้างบนไว้ที่ศีรษะด้านข้างแทนการเหยียดแขนขึ้นไป

ปรับให้ท้าทายขึ้น: ใช้มืออีกข้างจับข้อมือของแขนที่ยกอยู่ แล้วค่อยๆ ดึงช่วยให้เอียงตัวได้ลึกขึ้นอย่างนุ่มนวล

6. Ear-to-Shoulder Neck Stretch

เน้นยืดส่วนไหน: กล้ามเนื้อ upper trapezius, ด้านข้างลำคอ

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: ขยับหูลงไปหาหัวไหล่ ไม่ใช่ยกหัวไหล่ขึ้นมาหาหู และให้ปลายจมูกชี้ตรงไปข้างหน้าเสมอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ใช้มือออกแรงดึงหรือกดศีรษะแรงเกินไป ลำคอเป็นส่วนที่ไม่ควรใช้แรงดึงกระชาก

ปรับให้ง่ายขึ้น: ไม่ต้องใช้มือช่วยกด ให้ปล่อยให้น้ำหนักของศีรษะทำหน้าที่ยืดเองตามธรรมชาติ

ปรับให้ท้าทายขึ้น: เอื้อมมือซ้ายทิ้งลงหาพื้น หรือจับที่ขอบที่นั่งของเก้าอี้ไว้เพื่อช่วยล็อกหัวไหล่ให้อยู่กับที่

หากต้องการดูท่าบริหารลำคอแบบครบทุกท่า สามารถดูได้ที่ คู่มือยืดกล้ามเนื้อแก้อาการปวดคอ

7. Reverse Prayer

เน้นยืดส่วนไหน: ปลายแขน, ข้อมือ, ด้านหน้าหัวไหล่

ท่า Reverse prayer เป็นการผสมผสานระหว่างการยืดข้อมือและการหมุนข้อต่อหัวไหล่เข้าด้านใน เป็นท่าระดับแอดวานซ์ ดังนั้นแนะนำให้เริ่มจากเวอร์ชันที่ง่ายกว่าก่อน

วิธีฝึก:

จุดโฟกัสสำคัญ: ดึงข้อศอกไปด้านหลังเล็กน้อย เปิดอกขึ้น และผ่อนคลายลำคอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: พยายามฝืนประกบฝ่ามือจนหัวไหล่ห่อมาข้างหน้า แรงตึงที่ข้อมือควรอยู่ในระดับพอประมาณเท่านั้น

ปรับให้ง่ายขึ้น: เปลี่ยนไปเอื้อมมือไปจับข้อศอกฝั่งตรงข้ามไว้ที่ด้านหลังแทน หรือแตะไว้แค่ปลายนิ้วโดยไม่ต้องประกบฝ่ามือ

ปรับให้ท้าทายขึ้น: ค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือไต่ขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังให้สูงขึ้น โดยที่ฝ่ามือยังคงแนบสนิทกันอยู่

ข้อมือและปลายแขนยังมีทางเลือกในการยืดอีกหลายรูปแบบ คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมแบบละเอียดได้ใน คู่มือยืดข้อมือและปลายแขน

รูทีนยืดร่างกายท่อนบน 6 นาที

โปรแกรมนี้ครอบคลุมทุกโซนที่กล่าวมาข้างต้น คุณสามารถทำหลังเลิกงาน หลังออกกำลังกาย หรือทำเพื่อพักเบรกระหว่างวันอันยาวนานได้เลย

  1. หมุนแขน: 30 วินาทีต่อทิศทาง (หน้า-หลัง)
  2. Cross-body shoulder stretch: ข้างละ 30 วินาที
  3. Overhead triceps stretch: ข้างละ 30 วินาที
  4. Wall biceps stretch: ข้างละ 45 วินาที
  5. Seated side bend: ข้างละ 30 วินาที
  6. Ear-to-shoulder neck stretch: ข้างละ 30 วินาที
  7. Cow face arms: ข้างละ 30 วินาที

หากคุณชอบการฝึกแบบมีคนนำพร้อมตัวจับเวลา รูทีน Upper Body Flexibility Starter จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีและเน้นไปที่หัวไหล่กับคอเป็นหลัก เมื่อเริ่มรู้สึกว่าง่ายขึ้นแล้ว รูทีน Upper Body Flexibility Builder จะเพิ่มท่าแกว่งแบบไดนามิกและการยืดกับกำแพงเข้ามา และสำหรับ Upper Body Flexibility Immersion จะเพิ่มท่าที่ต้องเกี่ยวแขนล็อกกัน เช่น ท่า eagle arms และ cow face

นานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง

คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกตัวเบาและโล่งขึ้นทันทีหลังยืดเสร็จ แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นจากการทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ในงานวิจัยเกี่ยวกับหัวไหล่ที่อ้างถึงข้างต้น ผู้เข้าร่วมได้ยืดกล้ามเนื้อวันละครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์ และพบว่าระยะการเคลื่อนไหวของข้อต่อเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด2 คุณอาจลองสังเกตตัวชี้วัดง่ายๆ สักอย่างหนึ่ง เช่น ระยะห่างระหว่างมือสองข้างในท่า cow face arms แล้วคอยเช็กดูทุกๆ สองสัปดาห์

ฝึกการยืดควบคู่ไปกับการฝึกความแข็งแรง

การยืดกล้ามเนื้อไม่ใช่วิธีเดียวในการเพิ่มระยะการเคลื่อนไหว การวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) จากการทดลองแบบสุ่มพบว่า การฝึกความแข็งแรง (strength training) กับการยืดกล้ามเนื้อให้ผลในการเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการศึกษาแต่ละชิ้นจะมีความหลากหลายในการออกแบบการทดลองก็ตาม3 สำหรับร่างกายท่อนบน นั่นหมายความว่าการฝึกความแข็งแรงแบบเต็มระยะการเคลื่อนไหว (full-range) ก็ช่วยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิดพื้นแบบช้าๆ ท่า row การ overhead press ด้วยน้ำหนักเบาๆ หรือท่า band pull-apart ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนช่วยให้หัวไหล่ได้เคลื่อนไหวผ่านระยะที่กว้างขึ้นภายใต้การควบคุมกล้ามเนื้อที่ดี

หากคุณต้องการเจาะลึกเรื่องกลไกการทำงานของหัวไหล่และการทดสอบประเมินร่างกาย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของหัวไหล่

ใครบ้างที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

การยืดร่างกายท่อนบนถือว่ามีความเสี่ยงต่ำสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ในบางกรณีจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ควรไปพบนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์หากมีอาการปวดนานเกินสองสัปดาห์ อาการปวดแย่ลงเมื่อยืด สะดุ้งตื่นเพราะปวดตอนกลางคืน หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา หรือมีอาการบวมร่วมด้วย และควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือมีอาการปวดแขนร่วมกับอาการหายใจไม่อิ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ควรยืดร่างกายท่อนบนบ่อยแค่ไหน

คนส่วนใหญ่จะเห็นผลดีเมื่อฝึกตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ การยืดแต่ละครั้งอาจใช้เวลาสั้นๆ เพียง 5 ถึง 10 นาที งานวิจัยเกี่ยวกับการยืดกล้ามเนื้อระยะยาวชี้ว่า ความถี่และเวลาสะสมรวมต่อสัปดาห์มีความสำคัญมากกว่าความยาวนานของการฝึกในแต่ละครั้ง ดังนั้นการยืดช่วงสั้นๆ เป็นประจำทุกวันจึงเป็นทางเลือกที่ดีมาก

ควรยืดร่างกายท่อนบนก่อนยกเวทหรือไม่

ก่อนการยกเวท แนะนำให้ใช้การเคลื่อนไหวแบบไดนามิก เช่น การหมุนแขน การแกว่งแขน และการยกเซ็ตวอร์มอัปด้วยน้ำหนักเบาๆ การยืดค้างอยู่กับที่นานๆ ก่อนยกน้ำหนักหนักๆ ทันทีอาจส่งผลให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลงชั่วคราวได้เล็กน้อย แนะนำให้เก็บท่ายืดแบบค้างนานๆ ในคู่มือนี้ไว้ทำหลังซ้อมเสร็จ หรือแยกไปฝึกเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งของวันแทน

ทำไมหัวไหล่ข้างหนึ่งถึงตึงกว่าอีกข้าง

คนเราส่วนใหญ่มักจะถนัดใช้แขนข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการถือของ การขว้าง การเอื้อมจับเมาส์ หรือการนอนตะแคงทับข้างเดิม ร่างกายข้างนั้นจึงเกิดการปรับตัวตามการใช้งานที่ต่างกันไป ให้เพิ่มการยืดอีกสักเซ็ตสำหรับข้างที่ตึงกว่า แต่ก็ยังคงต้องยืดทั้งสองข้างควบคู่กัน หากความแตกต่างของทั้งสองข้างห่างกันมากหรือมีอาการเจ็บร่วมด้วย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจประเมินหัวไหล่จะดีที่สุด

การยืดร่างกายท่อนบนช่วยลดความตึงของคอบ่าไหล่จากการนั่งทำงานได้ไหม

ช่วยได้แน่นอน ท่ายืดหัวไหล่ คอ และลำตัวด้านข้างช่วยผ่อนคลายความรู้สึกตึงเกร็งให้กับคนทำงานออฟฟิศได้มาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรทำควบคู่ไปกับการลุกขึ้นพักเปลี่ยนอิริยาบถเป็นประจำ การจัดโต๊ะทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ และการฝึกความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลังส่วนบนและหัวไหล่เพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง


  1. Thomas E, Bianco A, Paoli A, Palma A. (2018). The Relation Between Stretching Typology and Stretching Duration: The Effects on Range of Motion. International Journal of Sports Medicine, 39(4), 243-254. PubMed ↩︎

  2. McClure P, Balaicuis J, Heiland D, Broersma ME, Thorndike CK, Wood A. (2007). A randomized controlled comparison of stretching procedures for posterior shoulder tightness. Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy, 37(3), 108-114. PubMed ↩︎ ↩︎

  3. Afonso J, Ramirez-Campillo R, Moscão J, et al. (2021). Strength Training versus Stretching for Improving Range of Motion: A Systematic Review and Meta-Analysis. Healthcare, 9(4), 427. PubMed ↩︎

โปรแกรมยืดเหยียดประจำวันของคุณ พร้อมคำแนะนำทีละขั้นตอน รับ